ข้อเสนอเชิงนโยบาย: สิทธิความเป็นมารดาในภาคส่วนแรงงาน ภายใต้โครงการเร่งรัดสวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคมสำหรับมารดาและผู้ปกครองที่ทำงาน
- laksanan
- 27 ม.ค.
- ยาว 1 นาที

จัดทำโดย: อภันตรี เจริญศักดิ์
รองประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (ฝ่ายสตรีและเยาวชน)
สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย
มีนาคม - ธันวาคม 2568
โครงงานวิจัย ข้อเสนอเชิงนโยบาย
"สิทธิความเป็นมารดาในภาคส่วนแรงงาน"
ภายใต้โครงการ
เร่งรัดสวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคมสำหรับมารดาและผู้ปกครองที่ทำงาน
Accelerating the Social Welfare, Security, and Protection for Working Mothers/Parents
บทคัดย่อ
เป็นการศึกษา “การให้นมบุตรและการทำงาน: การรักษาสมดุล” การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในที่ทำงาน (Breastfeeding support in the workplace) เริ่มจากสถานการณ์ของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นปีที่ 4 ที่อัตราการเพิ่มประชากรไทยติดลบ เนื่องจากเด็กเกิดน้อยกว่าคนเสียชีวิต มีเด็กไทยเกิดในปี 2567 จำนวน 461,421 คน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี ที่ประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดไม่ถึง 5 แสนคนต่อปี แนวโน้มจำนวนเด็กเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ “มีลูกเพื่อชาติ” สาเหตุหลายประการที่ผู้หญิงวัยแรงงานหรือวัยเจริญพันธุ์ไม่คิดอยากมีลูก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อการมีลูก ทั้งค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่สูง สินค้าแพง ค่าแรงถูก รูปแบบการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งการถูกกดขี่ ละเมิดสิทธิ เลิกจ้าง ลอยแพ และค่านิยมทางเพศที่เปลี่ยนไป ล้วนเป็นอุปสรรคในการสร้างครอบครัวที่ไม่อาจวางแผนชีวิตได้ หากรัฐบาลไม่มีวิธีการแก้ไขหรือแผนรองรับในการแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงและก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในสังคมไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ทำไม!! การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงมีความสำคัญ เพราะน้ำนมจากแม่คือทุนสมองของลูกน้อย ความสำคัญในสถานที่ทำงานคือจุดเริ่มต้นของครอบครัวที่สมบูรณ์
ความสำคัญของการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในที่ทำงาน
1. ความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในชีวิตของเด็กทุกคน น้ำนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนตัวแรกที่ช่วยปกป้องทารกจากโรคภัยไข้เจ็บและลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต โดยนอกจากจะช่วยสร้างความผูกพันที่มั่นคงระหว่างแม่กับลูกแล้ว ยังส่งผลดีต่อพัฒนาการทางปัญญา ลดภาระการเจ็บป่วยในเด็กและมารดา และช่วยลดค่าใช้จ่ายครอบครัวด้านการรักษาพยาบาลอีกด้วย
2. ผลกระทบต่อครอบครัวและสังคม
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยสร้างครอบครัวที่มีสุขภาพดี มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการของสังคมโดยรวม หากสามารถเพิ่มอัตราการให้นมแม่ถึงระดับที่เหมาะสม จะช่วยชีวิตเด็กได้มากขึ้นและส่งผลดีต่อสุขภาพแม่และสังคมในระยะยาว
3. บทบาทของสถานที่ทำงานในการสนับสนุน
· จัดเตรียมห้องให้นมบุตรในที่ทำงาน
· ให้สิทธิพักให้นมบุตรแบบมีค่าจ้าง
· สร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการให้นมบุตร
การสนับสนุนดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงที่มีต้นทุนต่ำ แต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รักษาพนักงานไว้กับองค์กร และช่วยให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายจากการจ้างและฝึกอบรมพนักงานใหม่
4. ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
รัฐบาล ธุรกิจ ภาคประชาสังคม และครอบครัวควรร่วมมือกันเพื่อปกป้องและอำนวยความสะดวกในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพสตรี เด็ก ๆ สามารถอยู่รอด เจริญเติบโต และเรียนรู้ได้รวดเร็ว พร้อมพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต
5. ประโยชน์ต่อองค์กรและประเทศชาติ
การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในที่ทำงานช่วยสร้างความมั่นคงในอาชีพ พัฒนาคุณภาพขององค์กร และนำไปสู่การเจริญเติบโตอย่างสันติสุขในสังคมและประเทศชาติ
6. ปัญหาและแรงบันดาลใจในการวิจัย
จากสถานการณ์เด็กไทยดื่มนมแม่ไม่ถึง 180 วัน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการศึกษาวิจัยถึงวงจรน้ำนมแม่หลังคลอด เพื่อหาคำตอบว่า “น้ำนมแม่หายไปไหน?” และนำไปสู่การพัฒนานโยบายที่เหมาะสมสำหรับสตรีและครอบครัวในภาคแรงงาน
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่



ความคิดเห็น